วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทคนิคเซียนไก่

เทคนิคเซียนไก่
กีฬาไก่ชนนับว่าเป็นกีฬาที่ยุ่งยากพอสมควร นับตั้งแต่การเลี้ยงยันออกชน ปัญหามีมากมายร้อยแปดพันประการแล้วแต่จะเจอะเจอ รวมไปถึงการแก้ไขสถานการณ์ในระหว่างชน คนที่ต้องแก้ไขก็คือมือน้ำ
มือน้ำ คือ คนที่ให้น้ำไก่และต้องแก้ไขสถานการณ์ยามคับขัน จะต้องมีประสบการณ์พอสมควร หรืออย่างมากเพื่อจะทำให้ไก่ของตนเองกลับมาเป็นต่อหรือชนะก็ขึ้นอยู่กับมือน้ำ ฉะนั้นคนเลี้ยงไก่ทุกคนย่อมรู้ฝีมือไก่ แต่ไม่รู้จิตใจไก่ แพ้-ชนะมีโอกาสเท่าๆกัน เทคนิคต่างๆมีอะไรบ้าง
การต่อปีก
ไก่เมื่อเข้าชนหรือซ้อมแล้วเกิดปีกหักหรือหลุด จะต้องทำอย่างไรบ้าง
การต่อปีกด้วยด้าย
การต่อด้วยด้ายหรือเชือก จะต้องเอาเข็มร้อยด้าย แล้วเตรียมปีกที่พอดีไปทาบ เอาเข็มแทงใต้ปีกที่จะต่อ แล้วนำมาแทงปีกที่หัก โดยแทงจากด้านล่างขึ้นด้านบน เสร็จแล้วร้อยเข้าเงื่อนตะกรุดเบ็ด และทำให้ได้สองเปลาะ
การต่อด้วยกาว
การต่อด้วยกาวจะง่ายกว่าการต่อด้วยด้าย คือ เอากาวแท่งมาลนไฟจนกาวละลาย แล้วนำกาวมาทาหล้งก้านปีก แล้วเอามาทาบใต้ปีกที่หัก หรือจะนำทั้งสองวิธีมาทำรวมกันก็ได้
ส่วนการต่อปีกที่หักยันโคนปีก ปรากฏว่ายังไม่มีใครเขาต่อกันได้ แต่ก็ทำได้โดยการเอากรรไกรตัดขนปีกให้ชิดเนื้อ เราตรวจสอบดูว่ามีรูหรือเปล่า ถ้าเห็นว่าไม่มีรูควรมีเหล็กแหลมสำหรับไว้ไขรูขนที่ปีกเพื่อเจาะเอาเยื่อขาวๆออก เมื่อเราหาขนได้แล้วเอามาทาบดูว่าใช้ได้หรือเปล่า แล้วเอาขนปีกมาปาดเป้นปากฉลามแล้วเสียบเข้ารูปีกที่เราแต่งเอาไว้ แล้วตรวจสอบดูว่าเรียบร้อยดีหรือเปล่า เมื่อตรวจสอบดีแล้ว ดึงปีกออกเอากระดาษทรายขัดที่โคนปีก แล้วทาด้วยกาวตราช้างแล้วเสียบเข้ารูปีกอย่างเดิม
ไขหัว
การไขหัวไก่จะทำได้ก็ต่อเมื่อหัวไก่เกิดการพองลม หรือหัวนิ่มมีเลือดคลั่ง การไขหัวควรระวังเพราะถ้าเกิดพลาดจะเกิดอันตรายกับไก่ การไขหัวต้องไขให้ตรงหูพอดี โดยการใช้เข็มแทงตามขวางแล้วใช้มีดกรีด แล้วดึงเข็มออก จากนั้นให้เอาด้ายพันที่ตูดเข็มแล้วแหย่เข้าตรงที่ผ่าเพื่อให้เข็มไปพันกับพังผืด แล้วกระตุกพังผืดให้ขาด ห้ามใช้มีดตัดเด็ดขาด เพราะอาจถูกเส้นตา จะทำให้ตาฝ้ามองไม่เห็น หรืออาจจะตัดถุกเส้นประสาททำให้คอพับเหมือนไก่คอหัก
ถ่างตา
เมื่อไก่โดนตีจนตาปิด ตาที่ปิดจะต้องทำการสอยเปลือกตา จะต้องดูก่อนว่าตาปิดขนาดไหน การสอยหนังตาต้องใช้เข็มเบอร์ 10 ด้ายเบอร์ 30 การแทงเข็มต้องไม่ควรเลยร่องเปลือกตา การแทงเข็มตามร่องเปลือกตาที่อันตรายที่สุด คือ หัวตา เพราะบริเวณหัวตาเป็นบ่อเลือด ถ้าเราแทงเข็มพลาดเลือดจะไหลไม่หยุด
เดือยถอดหรือเดือยโค่น
ไก่ชนที่เดือยถอดหรือเดือยโค่นระหว่างชน มักจะเป็นไก่ตีตัวคู่ต่อสู้ เมื่อพักยกต้องรีบทำการต่อเดือยทันที เราจะใช้เดือยเดิมหรือเดือยสำรอง ต้องเอาสำลีรองที่เดือยแล้วสวมเข้าไปอย่างเดิม แล้วเอาพลาสเตอร์ที่ใช้พันเดือยเจาะรูตรงกลางแล้วสวมไปที่เดือยคาดรอบขาหนึ่งรอบแล้วเอาด้ายเบอร์ 8 เข้าตะกรุดเบ็ดที่เดือยอีกครั้งหนึ่ง แล้วพันที่พลาสเตอร์ที่รัดขาอ้อมมาเข้าตะกรุดเบ็ดอีกครั้งหนึ่ง แล้วเอาพลาสเตอร์คาดทับอีกครั้งหนึ่ง
ไก่ปากบนถอด
จะใช้ปากเดิมหรือปากสำรองก็ได้ ถ้าใช้ปากเดิมต้องเอาสำลีรองก่อน ถ้าใช้ปากสำรองต้องเอาไปลวกน้ำร้อนก่อนปากจะได้นิ่ม เมื่อสวมเข้าไปพอดีแล้ว ให้เข้าตะกรุดเบ็ด ให้ได้ 5 เปลาะ
ไก่ปากล่างถอด
ในกรณีที่ปากล่างถอด อันนี้สำคัญมาก เพราะปากล่างเป็นปากอันตรายมาก ต้องใช้เข็มเบอร์ 10 ด้ายเบอร์ 30 เอาปากเดิมหรือปากสำรองสวมปากเข้าไปแล้วต้องให้ปากงับเข้าหากันสนิท เมื่อปากสนิทกันดีแล้ว ให้เอาเข็มร้อยด้าย ให้ปลายด้ายเสมอกัน แล้วเอาเข็มแทงเข้าไปใต้ลิ้น ระวังอย่าให้โดนกระดูก เมื่อแทงทะลุแล้วให้ดึงด้ายให้เสมอกัน เมื่อด้ายเสมอกันแล้ว ผูกด้ายให้เส้นด้ายทับที่ปากสวม ผูกให้แน่น ทั้งซ้ายและขวา แล้วหักย้อนหลังเหมือนเข้าปากบน แล้วเอาเข้มร้อยด้ายอีกเส้นหนึ่ง แล้วสอยย้อนหลัง แล้วผูกให้แน่นทำทั้ง 2 ข้างเหมือนกัน
ตาบอดระหว่างชน
ไก่ชนไม่ว่าจะตาบอดเพราะโดนเดือยแทง หรืออุบัติเหตุต่างๆ จะต้องรีบแก้ไขโดยด่วน โดยการผนึกที่ตาบอด หรือเย็บหนังตาติดกัน ต้องถักด้ายที่เย็บหนังตาติดกันให้เป็นลูกโซ่ยาวประมาณ 15 มิลลิเมตร หรือ 1 ? เซนติเมตร เพื่อให้ไก่เกิดอาการระแวงว่าเป็นคู่ต่อสู้ ไก่จะเลี้ยวหรือหันมาจิกตีฝ่ายตรงข้าม
คอหักหรือแม็คโค
"คอ" นับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะในการเข้าชนจะต้องใช้คอหลบหลีกหรือหลอกล่อคู่ต่อสู้ คอจะต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เมื่อไก่คอหักจะต้องรีบแก้ไขโดยด่วน โดยการใช้เข็มเบอร์ 12 ด้ายเบอร์ 8 เมื่อร้อยด้ายเสร็จ แทงเข็มเข้าที่คอไก่(จะต้องแทงที่หนังไก่เท่านั้น) ตรงบริเวณที่คอหัก ผูกให้แน่นแล้วถักเป็นลูกโซ่ แล้วมาแทงยึดที่ข้างหัวไหล่ ผูกให้แน่น ถ้าหัวเป็นแม็คโคต้องทำทั้ง 2 ข้าง ถ้าไก่คอพับด้านซ้ายก็ต้องยึดด้านขวา ถ้าไก่คอพับด้านขวาก็ต้องยึดด้านซ้าย
ดูลูกหนุ่มหรือลูกถ่าย
บางครั้งเราอาจจะมองไม่ออกว่าเป็นลูกหนุ่มหรือลูกถ่าย บางคนมักดูลูกถ่ายที่เดือยว่าเดือยยาวต้องเป็นลูกถ่าย เรื่องนี้มันเรื่องของเทคนิค ไก่ลูกหนุ่มบางตัวเดือยยาว หรือที่เรียกว่า เดือยส่ง บางตัวลูกถ่ายกลับไม่ค่อยมีเดือย การดูลูกหนุ่มอ่อนต้องดูที่สร้อยคอ คือสร้อยคอจะสั้นหางพัดจะสั้นแข็งจะเป็นเงาไม่แห้ง เล็บจะสั้นนี่คือลักษณะไก่ชนลูกหนุ่มอ่อน
ลูกหนุ่มแซบหรือลูกหนุ่มอายุดี ดูแล้วเหมือนลูกถ่ายใหญ่ คือ สร้อยยาว หางพัดล่างสุดจะสั้น แข้งจะเงาเป็นมัน ปลายเดือยจะมีกระพี้ขาวๆติด ดูลักษณะจะใกล้เคียงกับลูกถ่ายใหญ่
ส่วนลูกถ่ายใหญ่ สร้อยจะยาวเป็นระย้า หางพัดจะยาวผิดปกติ แข้งจะแห้งไม่เป็นเงา เล็บจะยาว สร้อยหลังจะคุมกระปุกหาง เดือยจะไม่มีกระพี้ขาวติด นี่คือลักษณะของไก่ลูกถ่ายใหญ่
ไก่ชนถ่ายใหญ่แต่งให้เป็นลูกหนุ่ม มีขั้นตอนดังนี้
ตัดเดือยให้สั้น แล้วแต่งเดือยให้เหมือนลูกหนุ่ม เอาผ้าที่เป็นขนนิ่มๆ พันแข้งทั้ง 2 ข้าง เอาภาชนะหรือกะละมังใส่น้ำให้สูงพอดีกับแข้งไก่ เอาน้ำกลั่นเทลงไป 2 ขวด ถ้าไม่มีน้ำกลั่นใช้น้ำปูนขาวผสมก็ได้ แล้วนำไก่ลงไปเดินลุยน้ำ เอาสุ่มครอบไว้ไม่ให้ไก่ออก ให้ไก่เดินลุยน้ำอยู่ประมาณครึ่งวัน แล้วเอาไก่ออกมาแก้ผ้าออก แล้วเอาผ้าหมาดๆบิดให้เกล้ดหลุดออก เมื่อเกล็ดหลุดออกหมดแล้วให้เอาจาระบีทาแข้งไว้ 1 วัน แล้วค่อยเอายาสระผมล้างออก เอาจาระบีทาเคลือบบางๆไว้อีกครั้งหนึ่ง (ห้ามเอาจาระบีทาแข้งนำไปบ่อนเด็ดขาด เพาะเป็นสิ่งต้องห้ามของบ่อน )วันที่จะนำไก่ไปสนามไก่ต้องเอาแชมพูสระผมล้างแข้งให้สะอาด

ไก่ไม่ได้นอนพักทำอย่างไร
บางครั้งเรานำไก่ไปชนแล้วถูกไก่คู่ต่อสู้ตีจน หัวบวม ตาปิด มือน้ำต้องไขหัวถ่างตา ไหนจะต้องเข้าปากอีก ซึ่งกว่าจะทำทั้งหมดเสร็จก็ใช้เวลาไปมาก จนบางครั้งเวลาที่ทางสนามกำหนดก็หมดลง ทำให้ไก่เราไม่ได้นอนพักเลย วิธีที่จะทำให้ไก่ได้พักถึงจะเป็นเวลาไม่กี่นาทีก็ยังดีกว่าไก่ไม่ได้พักเลย ซึ่งในกรณีเช่นนี้พวกมือน้ำก็จะหาทางทำให้เดือยไก่ทะลุ หรือทำให้เดือยปลิ้นโผล่ออกมา เมื่อนำไก่เข้าไปในสนามก็จะต้องมีการพันเดือยกันใหม่ ก็จะใช้เวลานี้ให้ไก่ได้พักเอาแรงเสียหน่อย ก็ยังดีกว่าไก่ไม่ได้พักเลย
การใช้ยาโด๊ปที่ถูกต้อง
ถ้าเป็นไก่ใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ยาโด๊ปเลย อยู่ๆนำไปชนและให้ยาก่อนชน 1 เม็ดหรือยาบางตัวเป็นยาที่แรงไก่ที่ไม่เคยชินกับการให้ยาเลยอาจจะทำให้ไก่ช๊อตได้และไม่ยอมตีไก่เลยก็มี เพราะยาโด๊ปมีผลต่อระบบภายในไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจ การทำงานของตับ ดังนั้นนักเลี้ยงไก่ชนมืออาชีพจึงมีการนำยาโด๊ปมาละลายให้เจือจางลงแล้วนำมาใช้ในช่วงที่ปล้ำและช่วงที่เลี้ยงก่อนชน เพื่อให้ไก่ได้เกิดความคุ้นเคยกับยาก่อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องชนจริงไก่จะได้ไม่ช็อกยา เพราะได้คุ้นเคยกับยาตัวนี้แล้วนั้นเอง
ลักษณะของไก่ตัวเก่ง
ถ้าหากเราไปหาซื้อไก่ชนซักตัวแต่ไม่มีโอกาสได้ปล้ำซ้อมดู เทคนิคและการเลือกซื้อไก่มีดังนี้
1. ไก่ตัวไหนที่ไม่หากินร่วมฝูงให้เลือกเอาไว้ก่อน ไก่พวกนี้จะมีปฏิภาณแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้
2. จับตัวดูโครงสร้าง ตัวเป็น 2 ท่อน หัวบานท้ายบานจะเป็นไก่ที่จับแล้วได้เปรียบ อกใหญ่ ปั้นขาใหญ่ จะแสดงถึงความแข็งทรหดอดทน กระดูกปล้องคอใหญ่ชิด และจับดูตะเกียบต้องแข็งและชิดยิ่งชิดมากเท่าไรยิ่งดี ถ้าตะเกียบชิดจะเป็นไก่เร็ว
3. เลือกดูแข้งกลมเล็กจะเป็นไก่ตีเจ็บ เกล็ดหน้าใหญ่ เกล็ดด้านข้างเรียงเป็นระเบียบ ท้องแข้งด้านหลังต้องเต็ม จับไก่ยกดูไก่ต้องเหยียดขาทั้ง 2 ข้าง
4. ดวงตากลมวาวเห็นเส้นเลือดตาชัดเจน สีตาสีเดียวกับขนหรือตาปลาหมอตาย ยิ่งเป็นไก่ตาคว่ำยิ่งดีใหญ่ เพราะไก่ตาคว่ำพวกนี้จะดุ และ หัวใจเกินร้อย ส่วนสีไก่สมัยนี้ไม่ต้องสนใจเท่าไร แต่ถ้าเป็นสีที่ตรงตามสายพันธุ์ก็ดีเพราะจะมีความสวย
หมายเหตุ ถ้าซื้อไก่ให้ดีที่สุดควรปล้ำดู ถ้าปล้ำได้ แล้วค่อยพิจารณาส่วนอื่นทีหลัง
ถ่างตาไก่ในสังเวียน
บางครั้งเรานำไก่ไปตี แต่ไก่เราเป็นฝ่ายที่ถูกตีมากกว่า ของเรานานๆจะได้ตีสักครั้งแต่ตีได้แบบเนื้อๆ แต่ราคากลับมาเล่นที่ไก่เรา คือเอาไก่เราเป็นต่อ ซึ่งจะเล่นก็เล่นได้แต่ต้องต่อแพง ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จำเป็นที่จะต้องหาทางแก้เกมกัน ดังนั้นมือน้ำจึงจำเป็นที่จะต้องไปถ่างตาไก่ในสังเวียน ซึ่งในกรณีที่ต้องถ่างตาในสังเวียนเพราะไก่เราเป็นต่อ เล่นไปก็ไม่ได้มาก เมื่อหมดอันมือน้ำก็จะทำบาดแผลตามปกติ ไขหัวหรือถ่างตา รมควัน แต่การถ่างตานั้นจะไม่ถ่างตาให้เสร็จ จะเหลือเอาไว้สักเข็ม หรือสองเข็ม เมื่อกรรมการเรียกเข้าสังเวียนมือน้ำก็จะมาทำการถ่างตาต่อในสังเวียน เพื่อให้ดูว่าไก่เราถ่างตาไม่ทัน ไม่เสร็จ หรือทำตาไม่เรียบร้อย ก็เพื่อทำให้ราคาฝ่ายตรงข้ามตีตื้นขึ้นมานั้นเอง แล้วเราก็จะได้เล่นไก่เราในราคาที่ต่อไม่แพง
เล่นไก่ให้ได้เงิน
1. อ่านชื่อซุ้ม ซุ้มใหญ่เรื่องการฟิตซ้อม การบำรุงย่อมได้เปรียบซุ้มเล็ก เป็นเรื่องธรรมดา
2. มือน้ำ ทีมงาน มือน้ำจะมีส่วนสำคัญก็ตรงที่บาดแผลเท่ากัน ใครจะประคับประคองไก่ได้ดีกว่ากัน มีมือน้ำที่ดีกว่า เก่งกว่าย่อมได้เปรียบ
3. ประวัติไก่ ถ้ารู้เรื่องประวัติไก่จะดีมาก ว่าสถิติเป็นอย่างไร ชนะมากี่เที่ยวแล้ว อย่างน้อยที่สุดเรากล้าตัดสินใจในขณะที่คนอื่นเขาไม่รู้
4. การได้เปรียบ เสียเปรียบของไก่ ต้องดูให้ดีบางทีไก่เสียเปรียบแต่ได้เชิงตีก็อาจชนะได้
การเปรียบไก่ให้ได้เชิงตี
การเปรียบไก่ในปัจจุบันมีหลายคนมองข้ามเรื่องความสำคัญ เช่น ชอบเอาไก่ไปให้คนอื่นเปรียบ บางคนไม่รู้นิสัยไก่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไก่ตัวนี้เชิงชนเป็นอย่างไร หรือบางครั้งเอาไก่ไปให้มือน้ำที่ไม่รู้นิสัยไก่ไปให้น้ำ หรือไม่ยอมให้คนเลี้ยงหรือคนให้น้ำไปมีส่วนร่วมขณะเปรียบชน ซึ่งจะมีผลทางจิตวิทยา เพราะไก่จะคุ้นเคยกับมือน้ำและคนที่เลี้ยงมันมากกว่า ซึ่งก็เคยมีกรณีหนึ่งไก่ตีกันตัวหนึ่งเป็นม้าล่ออีกตัวหนึ่งเป็นไก่ไม่ใช่เชิงม้าล่อ ตัวที่ไม่ใช่เชิงม้าล่อวิ่งเข้าไปเป็นโดน จนอันที่สองมือน้ำก้ลองใช้วิธีผิวปากเรียกไก่ที่เคยเลี้ยงอยู่ปรากฎว่าไก่หยุดวิ่งตาม และตัวที่เป็นม้าล่อกลับเป็นฝ่ายที่เดินเข้ามาหาและเป็นฝ่ายกลับมาแพ้ในที่สุด ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มือน้ำหลายคนเคยใช้มาแล้ว สรุปก็คือไก่มันคุ้นเคยกับคนเลี้ยง เคยผิวปากเรียกมันทุกวัน นี่ก็เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่คนเลี้ยงนำมาใช้กับไก่นั้นเอง
ส่วนการเปรียบไก่ให้ได้เชิงตี หรือการอ่านเชิงคู่ต่อสู้ ต้องอาศัยประสบการณ์และการสังเกตพอสมควร ถ้าเป็นไก่เราเองรู้อยู่แล้วว่าไก่เราชอบตีเชิงไหน ดังนั้นการเปรียบคู่ชนก็ต้องอ่านเชิงชนคู่ต่อสู้ให้ออก ซึ่งบางครั้งพิจารณาจากบาดแผลเก่าก็ได้ ไก่บางตัวถ้าไม่มีขนที่หน้าคอ หน้าคอมีผิวหนังหนาให้สันฐานเอาไว้ก่อนเลยว่าเป็นไก่ตั้งไม่ลงแน่นอนเป็นไก่ที่เปิดหน้าคาง หรือว่าบางตัวหน้าเลี่ยมขนหัวไม่ยับ ขนอุยที่หน้าไม่หลุด ให้สันฐานว่า ไก่ตัวนี้ต้องเป็นไก่ชนหัวสูง ปากเร็ว ตีนไว จนไก่อื่นเข้าไม่ติด สรุปก็คือ เป็นไก่เก่งนั้นเอง หรือเจอประเภทหัวโล้นแต่ผิวหนังบางเรียบใส ให้สันฐานเอาไว้เลยว่าเป็นไก่เชิงประเภทไม่เคยเจ็บตัว หรืออีกกรณีหนึ่งอาจจะเป็นไก่ตั้งชนสองคอแต่เจ้าของไก่ถอนขนหัวออก ถ้าเจอไก่หัวโล้นประเภทหนังหัวหนา ผิวมีสีแดงๆขาวๆไก่ตัวนี้ต้องเป็นไก่ลง ดังนั้นในการเปรียบไก่ตีนั้นความได้เปรียบเรื่องโตอย่างเดียวแต่ไม่ได้เชิงตีก็เป็นฝ่ายแพ้ได้ ถ้าไก่เราเสียเปรียบ(อย่าให้มากเกินไป)แต่อ่านแล้วไก่เราได้เชิงตีก็ตีกันได้
การนำไก่ไปชนไกลๆ
การนำไก่ไปชนไกลๆ บางครั้งอาจเดินทางไกลถึง 200-300 กิโลก็มี ซึ่งในการเดินทางไปไกลๆนิยมนำไก่ใส่กล่อง ซึ่งอาจจะนึกไม่ถึงว่าการเอากล่องไก่วางยาวไปตามตัวรถ ถ้าวันนั้นได้คู่ชนละก็รับรองไก่ตีผิดฟอร์มแน่นอน
ในการวางกล่องใส่ไก่นั้นวิธีที่ดีควรจะวางกล่องไก่ไปตามขวางกับตัวรถ ไก่จะได้ไม่โยกหน้า โยกหลังเวลาที่รถเบรค และก่อนที่จะนำไก่ใส่กล่องควรหยด ไวตามิโนให้ไก่กินสัก 4-5 หยด ไม่ควรให้ข้าวเปลือกก่อนเดินทาง แล้วในการเดินทางเอาไก่อยู่ในรถไม่ควรให้ถูกแอร์โดยตรงไม่ว่าจะอุ้มหรืออยู่ในกล่อง ควรจะหาผ้าหรือมุ้งคุมหรือปิดให้ดี ในการที่ต้องเดินทางเกิน 1 ชั่วโมงนั้น ทุก1 ชั่วโมงควรจอดรถเพื่อให้ไก่ได้พัก เดินยืดเส้นยืดสายและกระพือปีกบ้าง พักสัก 10-15 นาที จากนั้นค่อยออกเดินทางต่อ เมื่อถึงสนามชนแล้วเอาไก่มาหยอนคอเพื่อเอาเสลดออก นำไก่เข้าสุ่มรอการเปรียบต่อไป
หมายเหตุ*** ไวตามินโนเป็นสารอาหารที่ไก่ชนสามารถดูดซึมไปใช้ได้ในทันทีไม่ต้องผ่านกระเพาะย่อย ไก่จะไม่เมาไม่อาเจียร ไวตามินโน 4-5 หยดเท่ากับข้าวประมาณ ? กระเพาะ และที่ไม่ให้ไก่กินข้าวเปลือกตอนเดินทางก็เพราะว่าเป็นอาหารที่ย่อยอยาก ถ้าไก่เกิดแพ้อากาศและป่วยขึ้น จะล้างท้องออกลำบาก
ทำไมต้องแบผ้ากราดน้ำ
ความเชื่อเรื่องเคล็ดในการชนไก่มีอยู่มาก บางคนเชื่อบางคนก็ไม่เชื่อ และแต่ละคนต่างก็มีเคล็ดลับที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่ใครจะได้รับถ่ายทอดมาเช่นใด เช่น ตอนปล่อยไก่บางคนมีการร่ายคาถาก่อน มือน้ำบางคนก็ยกไก่ขึ้นเหนือคู่ต่อสู้แล้วจึงปล่อย แต่ถ้าสังเกตดูที่มือน้ำทำเหมือนกันก็คือ ก่อนที่จะปล่อยไก่มือน้ำจะคลี่ผ้าออกแล้วสบัดผ้าวนข้ามหัวไก่ จากนั้นก็จะนำผ้าไปพาดที่ท่อนแขนซ้ายก่อนจะปล่อยไก่ ที่มือน้ำทำนั้นก็เพื่อกระตุ้นไก่ให้เกิดความตื่นตัวและที่คลี่ผ้าออกก็เพราะมีความเชื่อว่าถ้าไม่คลี่ผ้ากราดน้ำออกไก่จะไม่ตี ดังคำที่ผู้เฒ่า ผู้แก่พูดว่า เวลาปล่อยไก่อย่าพับผ้า เดี๋ยวไก่จะไม่ยอมตี หรือถ้าพับผ้ากราดน้ำเอาไว้ก็ถือว่าจะเป็นการ มัดแข้ง มัดขา มัดปีกไก่เอาไว้นั้นเอง และขณะที่ไก่ตีกันอยู่มือน็ก็จะมีการสบัดผ้าเพื่อกระตุ้นให้ไก่ตีคู่ต่อสู้มากขึ้น เมื่อสบัดผ้ามากจนผ้าเริ่มแห้ง มือน้ำก็จะนำน้ำมารดที่ผ้าเพื่อไม่ให้ผ้าแห้ง ที่ไม่ให้ผ้าแห้งก็เพราะความเชื่อที่ว่า ไก่จะได้มีความคึกสดชื่นอยู่ตลอดเวลา
การเย็บเยื่อตาไม่ให้เลือดไหล
ไก่ที่โดนตีตาปิดนั้นลักษณะโดยทั่วไปจะถูกตีจนหนังตาปิดจนไม่สามารถลืมตาได้ อาการแบบนี้มือน้ำส่วนใหญ่จะถ่างตาโดยใช้ด้ายกับเข็ม ใช้เข็มแทงเข้าที่ขอบตาแล้วร้อยเชือกผูกเข้าไปมัดหนังตาเข้าที่ขอบตา แค่นี้ไก่ก็สามารถมองเห็นคู่ต่อสู้ได้ แต่ถ้ากรณีที่ไก่ถูกตีเส้นตาจนเยื่อตา(สีขาว)มาปิดจะทำแบบกรณีแรกไม่ได้เด็ดขาด การถ่างตาที่ถูกตีลักษณะนี้ต้องใช้เข็มเบอร์เล็กที่สุดห้ามใช้ปลายเข็มแทงอย่างเด็ดขาด การทำต้องใช้ก้นเข็มแทงโดยใช้หัวนิ้วโป้งกดที่หัวตาไก่ พยายามจับปลิ้นเยื่อตาออกมาให้ได้ เมื่อเยื่อตาออกจากตาแล้วก็ใช้ก้นเข็มที่ร้อยด้ายเอาไว้แล้วแทงเข้าไปที่เยื่อตาเมื่อแทงทะลุแล้ว ก็กลับมาใช้ปลายเข็มแทงเข้าที่หนังตาของไก่แล้วก็ผูกเข้าด้วยกัน การที่ต้องใช้ก้นเข็มแทงเข้าไปแทนนั้นเพราะไม่มีความคม ถ้าใช้ปลายเข็มแทงเลือดจากเยื่อตาจะออก การทำแบบนี้ได้นั้นมือน้ำต้องมีความชำนาญอย่างมากและคนที่ช่วยจับไก่ต้องไม่ให้ไก่ดิ้นเป็นอันขาด
รองขนไก่เมื่อพันเดือย
ก่อนที่จะปล่อยไก่ชนกัน กรรมการจะพันเดือยไก่ทั้งคู่ส่วนใหญ่แล้วมาตรฐานจะอยู่ที่ ทบ 3 พัน 3 รอบ แต่ถ้าไก่มีความยาวของเดือยที่ไม่เท่ากัน ก็แล้วแต่เจ้าของไก่จะตกลงกันว่าใครจะพันเท่าไร และการพันเดือยมือน้ำจะเป็นคนจับไก่แล้วจะวางขนไก่ที่เตรียมมารองเอาไว้ที่แข้ง เมื่อกรรมการพันเดือยเสร็จมือน้ำจะดึงขนไก่ออก ก็เป็นอันเสร็จ
แต่ถ้าจะให้ดีมือน้ำต้องเตรียมขนไก่ที่ก้านขนใหญ่มาเพื่อเอาไว้รอง ยิ่งเป็นขนเป็ดเทศด้วยยิ่งดี เพราะก้านขนเป็ดเทศจะใหญ่กว่าขนเป็ดทั่วไป เมื่อกรรมการพันเดือยเสร็จก่อนที่จะดึงออก มือน้ำจะมีการโยกก้านขนเพื่อให้เทปที่พันเดือยหลวม ถ้ามีโอกาสอาจจะมีการหมุนก้านขนรอบแข้งเลยก็ได้ ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เทปมีความหลวม และโอกาสที่เทปจะปลิ้นออกจากเดือยมีโอกาสเป็นไปได้สูง ยิ่งไก่ตัวนั้นเป็นไก่ที่ใช้เดือยด้วยแล้วยิ่งดีใหญ่เพราะจะทำให้ได้เปรียบคู่ต่อสู้
เมื่อไก่เป็นตาลแห้ง
โรคตาลแห้ง อาจเกิดจากที่นำไก่ไปชนมาแล้วอกแห้งก็ใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน ไก่เมื่อเป็นโรคนี้จะมีอาการผอมแห้งลงเรื่อยๆและจะตายในที่สุด ถึงแม้จะกินอาหารได้ก็ตาม แต่นักเลี้ยงไก่ชนก็มีวิธีรักษาให้หายได้ โดยขั้นแรกต้องนำไก่มาถ่ายพยาธิเสียก่อน แล้วปล่อยให้ไก่อยู่ในที่โล่งแล้วให้กินอาหารเม็ดไก่ชน และให้พวกข้าวสุกคลุกน้ำแกงเหลือๆยิ่งดี และที่สำคัญจะต้องหาพวกไส้เดือน ตัวด้วงอ่อนหรือตัวจิ้งโกร่งให้กิน เช้า-เย็น ครั้งละ 2 ตัวทุกวัน รับรองไก่หายจากโรคตาลแห้งได้แน่นอน
การตัดหงอนตัดเหนียง
เหนียงไก่ไม่ได้ถือว่าผิดปกติ ไก่มีตุ้มหรือเหนียงก็สามารถที่จะตีได้อย่างปกติ แต่การที่มีตุ้มหรือเหนียงจะทำให้เสียเปรียบคู่ต่อสู้ เพราะคู่ต่อสู้จะจิกตุ้มและเหนียงตีได้ง่าย ดังนั้นเซียนไก่มักจะตัดออก หรือตัดเพื่อไม่ให้จำไก่ตัวนั้นได้ก็มีที่เรียกว่า เปลี่ยนแปลงโฉมใหม่กันไปเลย ซึ่งการตัดออกก็มีวิธีที่ง่ายๆดังนี้ ให้ผู้ช่วยเตรียมมีดหรือกรรไกรที่มีความคมตัดทีเดียวให้ขาดแผลจะได้ไม่ช้ำ การตัดเหนียงควรใช้กรรไกรที่คมตัดจะดีกว่าการใช้มีด ให้ดึงเหนียงออกมาแล้วกะดูว่าเมื่อตัดแล้วจะไม่เหลือเหนียงอีก ใช้กรรไกรตัดออก จากนั้นก็ใส่ยาแดงหรือ เบนตาดีน แล้วให้ยาแก้อักเสบ เช้า-เย็น ประมาณ 5 วันแผลก็จะหาย สำหรับการตัดหงอนให้ผู้ช่วยจับไก่ ให้เอาหงอนไก่วางพาดกับกระดาน แล้วใช้มีดคมๆ กรีดที่ใบหงอนตัดตามที่ต้องการ เสร็จแล้วใส่ยารักษาแผลสด แล้วกินยาแก้อักเสบเหมือนกันกับการตัดเหนียงไก่
หมายเหตุ*** การตัดเหนียงไก่ควรตัดเมื่อไก่มีอายุ 6-7 เดือนขึ้นไป เพราะการเจริญเติบโตเริ่มหยุดอยู่กับที่แล้ว
การแก้ไขเมื่อไก่หอบจัด
เมื่อนำไก่เข้าชนหลังจากหมดอันไก่มีอาการหอบจัด ต้องรีบแก้ไขให้ไก่หายหอบก่อน ไม่ว่าไก่จะบาดเจ็บ หูฉีก ตาบอด หัวทะลุ หรือจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามีอาการหอบต้องทำให้หายก่อน
ส่วนการทำให้หายหอบนั้น ให้นำไก่มาเช็ดหน้าเช็ดตาให้เกลี้ยง แล้วยอนคอเอาเสลดออกให้หมดอย่าพึ่งเอาน้ำให้กิน หลังจากนั้นเอาผ้าชุบน้ำพอหมาดๆเช็ดตามเนื้อตัวไก่ไม่ต้องให้เปียกขน เช็ดตามใต้ปีก 2 ข้าง ใต้ท้อง กระปุกน้ำมัน เมื่อตัวไก่เริ่มคลายความร้อน ต้องรีบใช้ผ้ากุมหัวแล้วจับนอน เอาเท้าไก่ทั้งสองข้างแช่ลงแช่ลงในขันที่ใส่น้ำเย็นไว้ระหว่างนอน อย่าเอาไก่นอนใกล้ตัวเราเกินไปควรอยู่ระหว่างหัวเข่าอากาศจะได้ถ่ายเทได้สะดวก ให้ไก่นอนพักอย่างเต็มที่ประมาณ 3-5 นาที เมื่อหายหอบแล้วจึงค่อยแก้ไขบาดแผลอื่นๆต่อไป
หมายเหตุ*** ไม่ควรเช็ดน้ำจนตัวเปียกเพื่อจะให้ไก่หายหอบและไม่ควรเอาน้ำให้กินเพราะไก่อาสช๊อคได้ ไก่หอบเพราะร้อนและถ้ามาเจอน้ำเย็นอาจเป็นตะคริว ไก่ตัวเปียกมันจะนอนพักผ่อนไม่ได้เต็มที่ ที่สำคัญต้องให้หายหอบแล้วจริงๆถึงค่อยทำขั้นตอนอื่นๆ
พลาสเตอร์พันก้อยอันตราย
ก่อนที่จะนำไก่เข้าสังเวียนมือน้ำก็จะดูแลการพันก้อยด้วยพลาสเตอร์ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันเล็บหักแล้วค่อยทำการกราดน้ำเพื่อนำเข้าชนในสังเวียน
กรณีปกติจะใช้พลาสเตอร์กาวธรรมดาพันกัน แต่ที่ไม่ปกติคือใช้พลาสเตอร์ยา(เทนโซพลาส)นำมาพันก้อย และมันก็มีอันตรายตรงที่เขาจะนำพลาสเตอร์มาชุบหรืออาบน้ำยาที่เขาเตรียมมาแล้วจึงนำมาพันก้อย เมื่อเข้าสังเวียนกรรมการจะล้างขาไก่ เมื่อพลาสเตอร์เปียกน้ำทำให้น้ำยาที่อาบเอาไว้จะค่อยๆซึมออกมาโดนแผลไก่ของเรา ทำให้ปวดแสบปวดร้อนจนไม่ยอมตีไก่หรือถึงขั้นแพ้ไปเลย
หมายเหตุ*** ให้สังเกตกรณีที่ใช้พลาสเตอร์ยา พวกนี้จะนิยมเย็บพลาสเตอร์ให้แน่นเพื่อป้องกันพลาสเตอร์หลุดเวลาเปียกน้ำ
ไก่แพ้ทำพ่อพันธุ์ได้ไหม
ถ้าไก่ตัวที่แพ้เราดูแล้วมีคุณสมบัติที่ต้องการ ก็สามารถนำมาเป็นพ่อพันธุ์ได้ คนรุ่นเก่ามีความเชื่อกันว่า ไก่ที่แพ้นำมาทำพ่อพันธุ์นั้นมันจะให้คุณ ให้ลูกเก่ง เพราะเราได้ช่วยชีวิตมันไม่ให้ถูกนำไปฆ่ามัน ซึ้งบางซุ้มเขาจะไม่เอาไก่ที่แพ้ บางซุ้มก็นำไปฆ่ากิน ถ้าไก่แพ้แล้วมีคุณสมบัติที่ต้องการก็สามารถนำมาทำพ่อพันธุ์ได้ พิจารณาจากความเป็นนักสู้ของไก่ตัวนั้น หัวจิตหัวใจดีไหม ต้องเป็นไก่ประเภทโดนเป็นต้องเอาคืน ตีแม่น มีลำโต แล้วค่อยพิจารณารอยและขนาดต่อไป
ไก่ถ่ายขนทำอย่างไรให้ขนเต็มเร็ว
ไก่ชนเมื่อถึงฤดูผลัดขนธรรมชาติก็จะสร้างขนใหม่ขึ้นเพื่อมาทดแทนขนเก่า และขนเก่าก็จะค่อยๆทยอยกันหลุดไล่มาตั้งแต่ตามตัว ขนปีกและขนหาง ซึ่งกว่าขนเก่าจะหลุดหมดตามธรรมชาติก็ประมาณ 2-3 เดือน
นักเลี้ยงไก่ชนสมัยนี้เขาใช้วิธีถอนขนเก่าออกแทนที่จะรอให้ขนหลุดเอง ถ้ามีปีกเคลื่อนถึง 3 เปราะเมื่อไรก็ดึงออกรวมถึงขนลำตัว และขนหางด้วย ซึ่งการถอนก็ไม่ใช่ถอนทีเดียวหมดทั้งตัว จะค่อยๆถอนตามตัวที่ดึงได้ง่ายออกก่อนแล้วส่วนเส้นใหนที่ยังแน่นมากๆยังไม่ต้องถอนคอยเวลาอีกนิดพอขนใหม่ขึ้นมา ขนเก่าที่เคยแน่นก็จะเริ่มหลุดค่อยถอนใหม่ทำเช่นนี้สลับกันไป สำหรับขนปีกและขนที่หางก็ทำเช่นเดียวกันแล้วค่อยพ่นน้ำหรือใช้น้ำราดก็ได้เพียงเดือนเศษไก่ก็จะมีขนที่สวยงามและรวดเร็ว ในช่วงที่ถอนขนควรพ่นน้ำทุกวันและให้แคลเซียมเม็ดเสริมอย่างต่ำ 2 วันเม็ดและให้อาหารจำพวกถั่วจะทำให้ขนขึ้นเร็วสวยงาม
เมื่อไก่ไม่ชอบวิ่งสุ่ม
ไก่แต่ละตัวกว่าที่จะเลี้ยงออกชนได้นั้นต้องใช้เวลานานทีเดียว กว่าจะปล้ำได้ที่ต้องกราดน้ำกราดแดดทุกวัน ไหนจะต้องออกกำลังกายแถมยังอาหารบำรุงต้องดีอีกด้วย และในการออกกำลังกายให้กับไก่นั้นไม่ใช่จะออกให้มันได้เหมือนๆกันทุกตัว แต่ละตัวก็มีความชอบที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นนักเลี้ยงไก่ชนก็มีวิธีหลอกล่อให้ไก่ได้ออกกำลังกัน เมื่อไก่ไม่วิ่งสุ่มเขาก็จะนำไก่ในมาพันนวมหนาแล้วปล่อยให้ไก่ทั้งสองตัว บินสาดแข้งสัก 2-3 ครั้งแล้วเอาไก่ในกลับเข้าสุ่มตามเดิมเท่านี้แหล่ะเจ้าตัวที่อยู่ข้างนอกก็จะวิ่งทีเดียว หรือจะนำไก่ตัวเมียมาเป็นไก่ในก็ได้ เจ้าตัวผู้เห็นก็จะวิ่งตับแลบเช่นกัน หรือไม่เช่นนั้นก็นำอาหารมาหย่อนให้ไก่ตัวในกิน เจ้าตัวนอกไม่ได้กินก็โมโหวิ่งแหลกเหมือนกัน ไก่ตัวไหนที่ขี้เกียจวิ่งสุ่มก็ลองใช้วิธีนี้ดู
ขี้ไก่ม้วนเทียน
การเล่นอะไรก็ตามที่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยก็มักจะมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงตามมาด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะพนันอะไรก็ตาม แม้แต่วัวชนทางใต้ บางคนนำน้ำมันเสือมาทาตัววัวทุกวันแล้วนำวัวตัวนั้นไปชน วัวตัวที่ไม่เคยชินกับกลิ่นนี้นึกว่าเป็นเสือจริงๆก็กลัววิ่งหนีไป ซึ่งก็คล้ายกับไก่ชนที่บางคนนิยมนำน้ำมันเสือ เยี่ยวเสือปลา เยี่ยวหมาไน และอีกสารพัดรูปแบบมาทาที่ใต้ปีกไก่ทุกวัน แล้วนำไก่ตัวนั้นไปชนเมื่อคู่ต่อสู้เป็นไก่ที่มัดปีกด้วยแล้วมุดไปมุดมา ไก่มันได้กลิ่นพวกนี้ก็จะวิ่งหนีทันที แต่บรรดานักเลี้ยงไก่ชนก็ต้องหาวิธีแก้เกมส์ และก็เป็นวิธีง่ายๆไม่ยุ่งยาก ก่อนที่จะนำไก่เข้าสังเวียน เขาจะนำขี้ไก่ม้วนเทียน(ขี้ไก่ที่เป็นสีน้ำตาลเหลว ภาษาอีสานเรียกว่าขี้ไก่โป่) นำมาทาบริเวณจมูกไก่ เมื่อไก่เข้าปีกก็จะไม่ได้กลิ่นที่คู่ต่อสู้ทามา หรือแม้แต่ทางใต้ก็นิยมนำมาทาจมูกวัวชนเพื่อป้องกันกลิ่นสาปเสือจากคู่ต่อสู้เช่นเดียวกัน

เปรียบไก่ เทคนิคการฝึก ทีเด็ดลูกตี

ตำนานและประวัติไก่ชนกับพระนเรศวร

http://www.fc-pt94.comตำนานและประวัติไก่ชนกับพระนเรศวรการตีไก่ เป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในพม่า โดยเฉพาะในราชสำนักถือกันว่า การตีไก่เป็นกีฬาชาววังวันหนึ่งได้มีการตีไก่กันขึ้นระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับไก่มังชัยสิงห์ ราชนัดดา(ต่อมาได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระมหาอุปราชาในสมัยพระเจ้านันทบุเรง ราชโอรสพระเจ้าบุเรงนอง กำลังกร่ำศึก) มังชัยสิงห์จึงขัดเคืองตรัสประชดประชันหยามหยันออกมา อย่างผู้ถือดีว่ามีอำนาจเหนือกว่า "ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริงหนอ" สมเด็จพระนเรศวรสวรจึงตรัสโต้ตอบเป็นเชิงท้าอยู่ในทีว่า ไก่เชลยตัวนี้ อย่าว่าแต่จะตีกันอย่างกีฬาในวังเหมือนอย่าง วันนี้เลย ตีพนันบ้านเมืองกันก็ยังได้มังชัยสิงห์คัดเคืองมากหากแต่ตระหนักดีว่าสมเด็จพระนเรศวร เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าบุเรงนองจะพาลวิวาทก็ยำเกรงฝีมือพระนเรศวร ขณะที่ไก่ของสมเด็จพระนเรศวรกับไก่ของพระมหาอุปราชาแห่งกรุงหงสาวดี กำลังชนกันอย่างทรหด ต่างตัวต่างเข้าจิก ตีฟาดแข้ง แทงเดือยอย่างไม่ลดละ อย่างคาดไม่ถึง ขณะที่ไก่ฟาดแข้งกันอย่างอุตลุดพัลวันเมื่อทั้งสองไก่พัวพันกันอยู่พักหนึ่ง ไก่ของพระมหาอุปราชก็มีอันล้มกลิ้งไปต่อหน้าต่อตา ไก่ของพระนเรศวรกระพือปีกอย่าง ทรนงและขันเสียงใส พระมหาอุปราชถึงกับสะอึก สะกดพระทัยไว้ไม่ได้จากตำราเชื่อว่าไก่ที่พระนเรศวรทรงนำไปชนกับพม่านั้น นำไปจากบ้านกร่าง เดิมเรียกว่าบ้านหัวเท ซึ้งอยู่ห่างจากเมืองพิษณุโลก ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 9 กิโลเมตร ขณะที่ชนไก่ พ.ศ. 2121 พระชันษา 23 ปี ลักษณะทั่วไปของไก่ชนพระนเรศวร เป็นพันธุ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ พันธุ์เหลืองหางขาว ตามตำรากล่าวว่า ไก่เหลืองหางขาวไก่เจ้าเลี้ยง ในทุกพื้นที่ที่มีการเล่นไก่ชน ไก่เหลืองหางขาวมักจะเป็นตัวเอกทุกๆ สังเวียนอยู่เสมอ หรือแทบจะเรียกได้ว่าไก่พันธุ์นี้อยู่ในความครอบครองของนักเลงไก่อยู่เสมอ ไก่เหลืองหางขาวจัดว่าเป็นไก่ที่มีสกุลและมีลักษณะเด่นมาก จากประวัติฝีมือความสามารถ ทำให้มีการพูดเสมอในวงพนันว่า ไก่เหลืองหางขาวกินเหล้าเชื่อ หมายความว่าเมื่อนำไก่สีนี้ไปตี สามารถที่จะเชื่อมั่นได้ว่า จะต้องเป็นฝ่ายชนะอย่างแน่นอนสามารถสั่งเหล้าเงินเชื่อมากินก่อนได้เลย ไก่เหลืองหางขาวที่มีลักษณะตรงตามตำราหน้าหงอนบาง กลางหงอนสูง สร้อยระย้า หน้านกยูง อกชัน หวั้นชิด หงอนบิด ปากร่อง พัดเจ็ด ปีกสิบเอ็ด เกล็ดยี่สิบสอง ถือเป็นไก่ชั้นเยี่ยม
อกชัน
คือ ยืนยืดอกหรือเชิดอก อันจะทำให้ด้านท้ายของตัวลาดลงต่ำ แสดงถึงความเป็นไก่อันธพาล
หวั้นชิด
คือ ข่วงหางอยู่ชิดหรือติดกับบั้นท้ายตรงบริเวณเชิงกราน ทำให้ช่องว่างระหว่างบั้นท้ายกับเชิงกรานแคบแสดงถึงความอึดอดทน
หงอนบิด
คือ หงอนไม่ตรงบิดเอียงไปด้านข้างเล็กน้อยแต่ไม่ไช่พับเอียงมากเกินไปเพราะจะเป็นลักษณะที่ไม่ดี แต่จะเชื่อกันว่าหงอนที่เอียงบิดไปทางขวาเป็นไก่ที่มีฝีมือตามตำราแต่หากเอียงทางซ้ายจะไม่นิยม
ปากร่อง
คือ ที่บริเวณจงอยปาก จะมีร่องเป็นร่องลึกเข้าไปทั้งสองข้างออกจากรูจมูก อันแสดงถึงความเข้มแข็งไม่หลุดหักง่าย
พัดเจ็ด
คือ ที่บริเวณจะพบขนที่เรียกว่าขนพัดข้างละ 7 เส้น
ปีกสิบเอ็ด
คือ ขนปีกท่อนนอกมีข้างละ 11 เส้น ช่วยในการบินได้ดี
เกล็ดยี่สิบสอง
คือ เกล็ดที่นิ้วกลางนับรวมกันได้ 22 เกล็ด จัดเป็นไก่มีสกุลตีเจ็บตีหนัก รุนแรง

เกล็ดแข้ง
ถือเป็นศาสตร์ลึกลับชั้นยอด เป็นเคล็ดวิชาที่เป็นทีเด็ดของนักเลงไก่ระดับเซียน ใครก็ตามที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ จะได้ไก่ที่ชนะตลอดกาล เกล็ดไก่แต่ละตัวจะไม่เหมือนกันแม้จะเป็นครอกเดียวกัน เกล็ดไก่เปรียบเหมือนกับลายมือของคน ที่สามารถบอกอนาคตและฝีมือของไก่ได้ เช่น คนลายมือขาดจะต่อยตีหนัก ไก่มีเกล็ดพิฆาตจะตีชักตีตาย คนที่มองเกล็ดไก่ออกจะต้องมีความชำนาญแบบหมอดูลายมือ
Top
เกล็ดไก่ตามตำราโบราณ ที่สำคัญมีด้วยกัน 4 แบบ ที่ถือว่าเป็นพญาไก่ คือ เสือซ่อนเล็บ เหน็บชั้นใน ไชบาดาล เกล็ดผลาญศัตรู นอกจากนี้ยังมีเกล็ดอื่นๆที่มีความโดดเด่นรองลงไปมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน สายฟ้าฟาด (สังวาลเพชร ) กากบาทดาวล้อมเดือน เกล็ดดอกจันทร์ เกล็ดกำไล เกล็ดเดิมพัน เกล็ดอัน เกล็ดอุ้ง เกล็ดใต้เท้าและอื่นๆ เกล็ดเสือซ่อนเล็บ จะเกิดขึ้นบริเวณข้อพับหรือรอยต่อระหว่างหน้าแข้งกับส่วนของนิ้วลักษณะจะมีเกล็ดแซมขึ้นมาระหว่างเกล็ดหลักที่มีอยู่ มีตั้งแต่ 2 เกล็ดขึ้นไป เกล็ดชนิดนี้ปกติ จะถูกทับหรือคลุมด้วยเกล็ดอื่น ในขณะที่ไก่ยืนอยู่จะไม่เห็นเพราะหลบซ่อนอยู่ภายใน หากคลี่ออกดูจะเห็นชัดเจน เหน็บชั้นใน จะเกิดขึ้นที่นิ้วใดนิ้วหนึ่ง ส่วนมากจะอยู่ที่นิ้วชี้ เป็นเกล็ดขนาดเล็กที่แทรกซ้อนขึ้นมาตั้งแต่ 1 เกล็ดขึ้นไป ไชบาดาล อยู่ที่โคนนิ้วก้อย จะมีลักษณะเกล็ดแตกมากกว่า 3 เกล็ดขึ้นไปต่อลงมาระหว่างนิ้วก้อยและนิ้วชี้ไปที่อุ้งเท้า เกล็ดผลาญศัตรู จะมีเกล็ดที่นิ้วชี้แตกตั้งแต่ 1 เกล็ดขึ้นไปที่ข้างใดข้างหนึ่ง ถือเป็นไก่ที่มีสกุลสูง ในสังเวียนจะไม่แพ้ใครง่ายๆ ในไก่ตัวใดที่สามารถพบเกล็ดทั้ง4 ชนิดในตัวเดียวกัน ถือว่าเป็นสุดยอดของพญาไก่ จัดเป็นสกุลสูงสุดไม่มีคำว่าแพ้ เกล็ดอื่นๆ ที่พบโดยทั่วไป เกล็ดสายฟ้าฟาด ที่บริเวณด้านหลังของแข้งโดยปกติแล้วจะเป็นเกล็ดอ่อนหรือเกล็ดขนาดเล็ก แต่หากเกิดเป็นเกล็ดใหญ่และแข็งเหมือนเกล็ดด้านหลังแข้งเรียงกันเป็นแถว 1-2 แถว จะเรียกเกล็ดนี้ว่าเกล็ดสายฟ้าฟาด ไก่ที่มีเกล็ดนี้จะตีหนัก ตีตายหาได้ค่อนข้างอยาก เกล็ดดาวล้อมเดือน หรือดอกจันทร์ ลักษณะจะมีเกล็ดเล็ก 1 เกล็ดอยู่ตรงหน้าเดือยหรือใต้เดือยและมีเกล็ดอื่นๆล้อมรอบอีก 4-5 เกล็ด เกล็ดบัวตูม บัวบาน คล้ายกับดาวล้อมเดือน หากเกล็ดที่อยู่ตรงกลางมีขนาดเล็กล้อมรอบด้วยเกล็ดใหญ่ เรียกว่าเกล็ดบัวตูม แต่หากเกล็ดตรงกลางใหญ่ล้อมรอบด้วยเกล็ดเล็ก จะเรียกว่าเกล็ดบัวบาน ถือเป็นเกล็ดพิฆาตเช่นกัน เกล็ดกากบาท ที่บริเวณหน้าเดือยจะมีเกล็ดมาเรียงกัน โดยที่รอยแตกของแต่ละเกล็ดอยู่ในแนวเดียวกันหรือต่อกันเป็นรูปกากบาทถือเป็นเกล็ดพิฆาตตีสลบตีตายหากมีทั้งสองข้างจะดี เกล็ดกำไล คือ เกล็ดใหญ่เกล็ดเดียวที่ออกมาโดดเด่นจากเกล็ดอื่นๆมีขนาดใหญ่และโอบล้อมหน้าแข้งเหมือนกำไลใส่ขา ถือเป็นเกล็ดพิฆาต ตีเจ็บ ตีชัก หากมีทั้งสองข้างถือว่าดี เกล็ดแตกตรงเดือย ที่หน้าเดือยจะมีรอยแตกของเกล็ดเป็นแนวซึ่งเมื่อลากเข้าหาเดือยแล้วจะเป็นเส้นตรงแนวเดียวกับเดือย ไก่ที่มีเกล็ดแบบนี้จะถือว่าเป็นไก่แทงแม่น แทงจัดใช้เดือย เกล็ดข้าวตอกแตก เกิดจากเกล็ด 2-3 แถวเรียงกันมาถึงหน้าเดือย แล้วแตกกระจายเป็นหลายแถว เป็นไก่ที่เดินตี ตีชัก เกล็ดอัน จะมี 2 แบบ คือ เกล็ดเม็ดข้าวโพดและเม็ดข้าวสารอยู่บริเวณด้านข้างของแข้งเรียงขึ้นจากเดือยเป็นแถวหากมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆจากล่างขึ้นบน เชื่อกันว่ามีมากอันไม่ดี หากด้านล่างมีขนาดใหญ่ชัดเจน 3-4 เกล็ด เชื่อว่าจะหักคู่ต่อสู้ได้ในเวลาไม่กี่อัน โบราณเชื่อว่าเม็ดข้าวสารจะดีกว่าเม็ดข้าวโพด เกล็ดเดิมพัน เป็นเกล็ดที่บอกได้ว่าไก่ตัวนั้นๆเข้าเงินเดิมพันได้ดีหรือไม่ดี เพราะถือว่าเป็นเคล็ดหักล้างกัน เช่น หากเกล็ดเดิมพันไม่ดีแต่ตีเดิมพันสูงจะแพ้ได้ง่าย แต่หากเล่นเดิมพัน พอตัวไม่มาก อาจจะเป็นฝ่ายชนะ เกล็ดนี้จะดูได้จากแถวของเกล็ดที่เรียงขึ้นมาจากนิ้วก้อยผ่านเดือยขึ้นเป็นแนวยาวยิ่งมากจะยิ่งดีสามารถตีเดิมพันได้สูง แต่หากมีน้อยแสดงว่า เข้าเดิมพันไม่ดี บางรายเชื่อว่าสามารถตีครั้งไหนจะชนะ หรือแพ้ โดยดูจากการเรียงของเกล็ด เช่น หากมีเกล็ดขัดอยู่ในแถวที่ 4 แสดงว่าครั้งที่ 1-3 จะดี แต่ ครั้งที่ 4 จะแพ้ให้ แก้เคล็ดโดยการตีเดิมพันต่ำๆเพียง 1-2 อัน แล้วยอมแพ้เพื่อไม่ให้ไก่ช้ำ ต่อจากนั้นให้นับหนึ่งเริ่มต้นใหม่จากด้านล่างเป็นรอบต่อไป ลักษณะของเกล็ดที่หน้าแข้งจะมีอยู่หลายแบบด้วยกัน คือ เกล็ดกำไลตลอด หรือเกล็ดพันลำ จะมีเกล็ดแถวเดียวคาดตลอดทั้งแข้งหาได้ยากมาก เกล็ด 2 แถว เกล็ด 3 แถว เกล็ดปัดตลอด (เรียงกันเป็นระเบียบสองแถว )เกล็ดตะเข้ขบฟัน (ปลายเกล็ดทั้งสองแถวสลับกัน) เกล็ดพญาครุฑ ( 3 แถวเรียงกันเป็นระเบียบและมีเหน็บแทรกอยู่ตลอด )
ลักษณะไก่ชนพระนเรศวรมหาราชโดยละเอียด หัว ตั้งแต่ปลายหงอนถึงคอมีลักษณะโค้งมน ขนหัวตั้งแต่หัวคิ้วทั้งสองข้างปลายประสานกันตรงกลาง ดูเป็นเส้นตรง ดูเป็นสันตรงกลางหัว หน้า แหลมยาว เรียว เหมือนนกยูง ไม่หนาใหญ่เทอะทะ อันจะตกเป็นเป้าโจมตีได้ง่าย และเชื่อว่าไก่หัวโตจะเป็นไก่โง่หรือไก่ดื้อ ตา มีขนาดเล็กตาขาวมีสีขาวอมเหลือง มีเส้นเลือดแดงโดยรอบหัวตาแหลมเป็นรูปตัว V ซึ้งเกิดจากเปลือกตาบนและล่างบรรจบกันที่หัวตาจึงดูเหมือนตาเรียวเรียกว่า ตาสดใส จัดเป็นไก่ฉลาดและบึกบึน หู หูทั้งสองข้างมีขนสีเหลืองและขาวเหมือนสีของตัวไก่ ขนหูมาก ปิดรูหูมิดไม่มีขี้หู (หากมีขี้หูแสดงว่าไก่ไม่สมบูรณ์หรือกำลังอาจไม่สบาย ) ตุ้มหู เป็นเนื้อสีแดงจัดเหมือนสีของหน้าไก่ มีรูปยาวรีขนาดไม่ใหญ่และไม่ยาน เหนียง เป็นแผ่นเนื้อ 2 แผ่นอยู่ใต้คางตั้งแต่โคนปากล่างทั้ง 2 ข้างลงมาปิดลูกกระเดือกมีสีแดงจัด ไม่ยาน หงอน จัดอยู่ประเภทหงอนหินมี 3 แถวตามยาวโดยแถวกลางสูงกว่า หงอนมีสีแดงจัดตั้งอยู่บนหัว ตั้งแต่โคนปากไปจนถึงหัวไก่ด้านล่าง หงอนด้านหน้าเหมือนปากมีลักษณะ บางและตรงกลางหงอนสูง หงอนแดงจัดแสดงว่าไก่ฟิตจัด ปาก ปากมีสีขาวอมเหลืองมีขนาดยาว โคนปากใหญ่ ขอบปากและปลายปากคม ปากบนปิดปากล่างสนิท รูปร่างคล้ายปากนกแก้ว ขนาดปากหนาและงุ้มลักษณะแข็งแรงมั่นคง ปากบนมีร่องตั้งแต่โคนตรงรูจมูก รูจมูก ทั้งสองข้างยาวและใหญ่โคนปากทั้งสองข้างช่วยให้หายใจคล่องเมื่อไก่เหนื่อย สันกระดูกเหนือรูต่อจากโคนปากจะมีสีขาวอมเหลือง คิ้ว โหนกคิ้วเป็นสันโค้งปิดเป้าตา ทำให้ป้องกันลูกตาได้ดีจากการตี คอ นับตั้งแต่ใต้คางลงมาถึงหัวไหล่ ต้องยาวและใหญ่กระดูกแต่ละข้อถี่ สร้อย สร้อยปะบ่าระย้าปะก้น สร้อยมีสีเหลืองทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ สร้อยปีกหรือสร้อยหลัง สร้อยคอ มีสีเหลืองลักษณะเส้นเล็กและหนาแน่นยาวปะบ่า สร้อยหลัง มีสีเหลืองแหลมปลาย ยาวระย้าปะถึงก้นหลัง หลังแผ่ขนาดใหญ่ ปีก เมื่อกลางออกจะเห็นกล้ามเนื้อปีกใหญ่ หนาตลอดทั้งปีก เอ็นยึดกระดูกแข็งแรง ขนปีกขึ้นหนาแน่นชิด มีความยาวเท่ากันขนปีกยาวถึงกระปุกน้ำมัน กระปุกก้น อยู่เหนือโคนหาง มีขนาดใหญ่อยู่ชิดกับกระดูกก้นกบ ต่อมน้ำมัน อยู่เหนือกระปุกก้นเหนือโคนหาง มีขนาดใหญ่และสองต่อมอยู่ติดกัน ตะเกียบตูด เป็นกระดูกสองอันออกจากกระดูกซี่โครงสุดท้ายยาวถึงก้นเป็นกระดูกหนาแข็งแรงลักษณะโค้งเข้าหากันและอยู่ชิดกันทั้งสองข้าง เชื่อกันว่าจะเป็นที่ตีเร็วและแรงดี หาง จะมีสีขาวเป็นส่วนใหญ่ กะลวยหางเป็นสีขาว หางทั้งหมดดูเป็นพวงใหญ่ ยาวโค้งไปทางด้านหลัง ปลายหางห้อยตกลงเล็กน้อยดูแล้วสวยงาม แสดงว่าเป็นไก่ที่มีกำลังดี ปั้นขา กล้ามเนื้อโคนขามีขนาดใหญ่ แสดงว่ามีกำลังดี อก อกกว้างใหญ่ กล้ามเนื้อเต็ม กระดูกหน้าอกแข็งแรงโค้งเป็นท้องเรือยาว อกกว้าง เวลายืนโคนขาจะห่างจากกัน กระดูกไหปลาร้า อยู่ระหว่างหัวปีกมายังหน้าอกเป็นกระดูกใหญ่และยาวแข็งแรง แสดงว่าเป็นไก่ที่ตีทน พลังสูง แข้ง สีของแข้ง เกล็ดนิ้วเท้า เล็บและเดือยมีสีเหลืองอมขาว แข้งมีขนาดเล็ก กลม มีเกล็ดแข้ง 2 แถว นิ้ว มีลักษณะยาวปล่อยนิ้วเรียว นิ้วกลางยาวเรียว มีเกล็ดตั้งแต่ 20 เกล็ดขึ้นไป เหนือฝ่านิ้วเท้ามีปุ่มตรงข้อเป็นลักษณะคล้ายเนื้อด้านนิ้วละ 3 ข้อ ทำให้ยึดจับดินได้ดียืนมั่นคง อุ้งตีน หนังอุ้งตีนบางเวลายืนอุ้งตีนต้องไม่ติดพื้น เพราะจะทำให้เกิดปัญหาอุ้งตีนบวมได้ เล็บ มีสีเหมือนแข้ง คือมีสีเหลืองอมขาว โคนเล็บใหญ่หนาแข็งแรง ปลายแหลม นิ้วก้อย ปลายนิ้วจะแผ่ใหญ่ เกล็ดมีรอยแตกตั้งแต่ 1 เกล็ดขึ้นไป แสดงว่าเวลาตีแล้วแทง เสียงขัน ขันเสียงใหญ่ ยาว แสดงถึงความมีพลังหรือเป็นไก่ที่แข็งแรงสมบูรณ์ ท่ายืน ยืนยืดอกตรงยืนขาตรงชิดข้อขาไม่งอหัวปีกยกการยืนต้องมีลักษณะที่เรียกว่ายืนผงาดดังราชสีห์ซึ้งแสดงว่าเป็นไก่ที่ไม่ยอมก้มหัวให้คู่ต่อสู้ข้อขาที่ยืดตรงแสดงว่าเป็นไก่เตะแม่น เดือย มีสีขาวอมเหลือง เป็นกระดูกที่ออกมาจากแข้งด้านใน โคนมีขนาดใหญ่ เรียวแหลม คมที่ปลายเดือยงอนช้อนเล็กน้อย และโคนเดือยต่ำชิดนิ้วก้อย (ห่างกันไม่เกิน 1 ซ.ม. ) แสดงว่าเป็นไก่แทงเก่ง ท่าเดิน เดินมีสง่าเหมือนกับท่ายืน เวลาเดินยกเท้าขึ้นก็จะกำนิ้วทั้งหมด การเดินมีการระแวดระวังและเฉลียวฉลาด แสดงว่าเป็นไก่ที่มีเหลี่ยมจัด สามารถเปลี่ยนแปลงชั้นเชิงในการตี ได้หลายรูปแบบ